Data Transfer คือ? มีกี่รูปแบบ สำคัญยังไงกับการเลือกเว็บโฮส

มาทำความรู้จัก Data Transfer เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วของเว็บไซต์ของคุณกันเถอะ

สำหรับใครก็ตามที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง มักจะต้องเคยประสบกับปัญหาเว็บไซต์ค้างและหน่วงช้ากันอยู่บ่อยๆ แน่ๆ ซึ่งอาการเหล่านี้มักพบได้กับทุกเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเนื้อหาหรือข้อมูลดาวน์โหลดในเว็บมากเกิน ทำให้เวลาที่มีคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บหรือมากดดาวน์โหลดข้อมูลในเว็บของเราก็มักจะบ่นอุบในปัญหานี้กันอย่างล้นหลามและพานให้พวกเค้าไม่อยากจะเข้ามาใช้งานหน้าเว็บเราอีกเลยก็มี ซึ่งจะทำยังไงล่ะไม่ให้เว็บของเราเกิดปัญหาแบบนี้มารบกวนใจ ทางนี้มีคำตอบ!

Data Transfer คือ? สำคัญยังไงกับการเลือกเว็บโฮสติ้ง

Data Transfer พูดกันแบบง่ายๆ ก็คือ ปริมาณข้อมูลที่เว็บไซต์ของเราสื่อสารกับอินเทอร์เน็ตนั่นเอง หากบนเว็บไซต์ของเรามีไฟล์อยู่ประมาณ 1 MB แต่มีคนเข้าใช้งานเว็บเป็นพันคนเลย นั่นก็แปลว่าเว็บไซต์ของเราจะต้องใช้มูล Data Transfer มากถึง 1000 MB เลยทีเดียว 

และก็เพราะตรงนี้แหละที่เป็นเหตุทำให้เว็บเกิดค้างบ้าง เข้าใช้งานไม่ได้บ้าง เพราะข้อมูลจาก Server เกินปริมาณ Bandwidth หรือ Data Transfer ที่จะรับได้ไปนั่นเอง

เลือกโฮสติ้ง ต้องคำนวณปริมาณ Data Transfer (Bandwidth) อย่างไร? 

โฮสติ้งหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือ เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งผู้ให้บริการโฮสติ้งก็จะจัดสรรพื้นที่ออกมาให้เช่าบริการเป็นแบบรายเดือน หรือรายปีแตกต่างกันไป ซึ่งการเลือกโฮสติ้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับ

1. ปริมาณพื้นที่ที่ต้องการใช้ เช่น 10,000 MB, 20,000 MB, 40,000 MB หรือ 60,000 MB
2. ปริมาณ Data Transfer เช่น 50GB ต่อเดือน หรือ 100GB ต่อเดือน
3. ระบบ Webmail มีให้เลือก 3 ระบบ ไม่ว่าจะเป็น uebimiau, squirrel, และ roundcube
4. ภาษาที่ใช้พัฒนา 
5. Control Panel  

วิธีการคำนวณ Data transfer

ในการคำนวณ Data Transfer เช่นหน้าเว็บไซต์ 1 หน้า มีขนาด 100 KB และมีการคาดการณ์ว่าจะมีคนเข้าเว็บไซต์วันละ 20 คน นั่นแปลว่าใน 1 เดือนจะมีการใช้ปริมาณ Data Transfer = 100 Kb x 20 คน x 1 หน้า x 30 วัน = 60,000 KB หรือ 60 GB/เดือน นั่นเอง

ทำอย่างใรให้ใช้ Data Transfer น้อยลง ในขณะที่คนเข้า Traffic เท่าเดิม

1. ไม่อัปไฟล์ขนาดใหญ่ไว้ที่โฮสของเรา

เพื่อให้สมาชิกสามารถดาวน์โหลดได้แบบไม่เจอปัญหานั้น เราจะต้องใช้พื้นที่โฮสติ้งค่อนข้างใหญ่โตเอามากๆ ซึ่งนั่นก็แปลว่าเราจะต้องเสียค่า Data Transfer ไปจำนวนมากด้วยเช่นกัน ดังนั้น ทางที่ดีก็ไม่ควรอัปไฟล์ขนาดใหญ่มาฝังไว้ในเว็บจะดีกว่านั่นเอง


2. การลดขนาดไฟล์เว็บไซต์

หน้าของเว็บไซต์ทุกๆ หน้าและทุกๆ ไฟล์จะมีขนาดของไฟล์กำกับอยู่ หากเนื้อหาในหน้านั้นมีข้อมูลขยะเยอะ เช่น การใช้ span หรือ div หรือ table ที่เยอะเกินไป ก็จะทำให้ขนาดไฟล์ของเราใหญ่ขึ้นตามไปด้วยและนำมาซึ่งการหน่วงเว็บไซต์นั่นเอง


3. ลดขนาดของรูปภาพที่ใช้ในเว็บไซต์

เนื่องจากการโหลดหน้าเว็บจะมีการโหลดพวกรูปภาพขึ้นมาใช้งาน ยิ่งภาพในเว็บไซต์ของเรามีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้เว็บไซต์เกิดการใช้ปริมาณ Data Transfer เยอะตามไปด้วยนั่นเอง   


4. การ FTP ไฟล์บ่อยๆ

การ upload หรือการ download บ่อยๆ ทำให้ต้องใช้ Data Transfer เยอะตามไปด้วย ดังนั้น เลือกทำเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นจะเป็นการดีกว่า


และเพียงเท่านี้ ปัญหาน้อยใหญ่ของเว็บไซต์ที่ค้างเติ่ง หมุนติ้วหรือโหลดช้าก็จะไม่มากวนใจหน้าเว็บไซต์ของชาวเรากันอีกต่อไป เพราะแค่เพียงเรารู้วิธีการเลือก Data Transfer ให้เหมาะกับการใช้งานหน้าเว็บไซต์ของเรา เท่านี้ก็ทำให้ลูกค้าของเราสามารถแฮปปี้กับการท่องหน้าเว็บไซต์กันได้อย่างเปรมใจกันได้แล้วล่ะ

แล้วสำหรับหลายคนที่กำลังเริ่มทำเว็บไซต์ หรือกำลังอยากย้ายโฮสติ้งพอดี อย่าลืมแวะไปดูแพ็กเกจเว็บโฮงติ้งจาก VPS Hispeed กันนะ แพ็คเกจของเรามีหลากหลาย รองรับลูกค้าหลายประเภท แม้จะเป็นมือใหม่ก็ใช้งานได้ไม่ยาก สนใจติดต่อที่อีเมล info.th@VPShispeed.com หรือทางเบอร์โทรศัพท์ 093 173 0181, 096 238 7242, 082 018 9138